More servicesWindows Live
HomeHotmailSpacesOneCare
 
MSN
Sign in
 
 
Spaces home  ขอทำตามใจสักทีPhotosProfileFriendsMore Tools Explore the Spaces community
Updated 4/25/2007
Updated 4/25/2007
Updated 6/27/2005
Updated 4/8/2007

ขอทำตามใจสักที

B y : นิ สิ ต ท ะ เ ล
January 29

My first dive @ Pattaya

ชื่อก็บอกอยู่ ว่าได้ดำน้ำครั้งแรกในชีวิต

หลังจากทุ่ทเทกำลังกายกำลังใจเรียนดำน้ำกับ ชมรมดำน้ำเพื่อการอนุรักษ์ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มาเดือนกว่า (5 dives เองอะ)

ที่ว่าต้องทุ่มเทกำลังกายแนะกำลังใจ เพราะ...
- เรียนเสาร์-อาทิตย์ วันหยุดทั้งนั้น
- เริ่มเรียน 9 โมง (เวลาตื่นนอนอีฉันเลยนะนั้น)
- buddy ที่คุณคู่สายจับให้ ช่างทำให้อีฉันเหนื่อยเพิ่มขึ้นอีก
- เลิกเรียน5 โมงเย็น กลับบ้านแทบคลาน
- ค่าเรียน3พัน (อย่างน้อยก็ถูกกว่าเรียนข้างนอกละฟร่ะ)

แล้ววันที่ทุกคนรอก็มาถึง

ได้มาสอบ open แล้วเฟ้ย!!!

เช้าวันที่26 ม.ค. 51
ทุกคนเตรียมพร้อมกันที่ประตูงามฯ1 เคลื่อนขบวนด้วยรถตู้ไฮโซ (สภาพดีกว่ารถตู้บางใหญ่หลายขุม)
ไหนก็ยังมืดอยู่ อีฉันก็เลยสลบไสลตั้งแต่ม.เกษตร จนถึงจุดพักบนมอเตอร์เวย์

-----------------------------------------------------------------------------
แทรก : ถามหน่อยเหอะ ชาตินี้เมื่อไรมอเตอร์เวย์จะสร้างเสร็จหะ นั่งทีไส้แทบพันกันตาย
-----------------------------------------------------------------------------

หลังจากหาอะไรยาไส้เรียบร้อย เราก็ออกเดินทางต่อ

วันนี้เมฆเยอะ แสงก็ไม่มี ลงน้ำไปหนาวตายแน่ตรู....

 

 อิจฉาเฟ้ย! ทำไงนอนหลับกันง่ายจริง (2คนนี้เป็นเพื่อนกันจริงๆนะ )

 

นั่งอ่านนิยายอิโรติกไปได้ครึ่งเล่ม ก็มาถึงกันซะที

วิวแบบนี้ มีที่เดียวในไทย

แต่เราๆทั้งหลายก็ไม่มีเวลาชื่นชมวิว(ฝรั่ง?)กัน ต้องรีบปุเลงๆไปขึ้นเรือ ที่จะนำเราไปยังเกาะล้าน


เห็นเมืองพัทยาอยู่ลิบๆ

ขอข้ามรายละเอียดของวันแรก เพราะอีฉันเมาเคลื่นอยู่ พอขึ้นจากน้ำก็หลับตลอด

ค่ำนี้ เรานอนกันที่โรงแรม(?? ขออภัย จำชื่อไม่ได้) แบตหมด นอนตั้งแต่ยังไม่4ทุ่ม


27 ม.ค. 51
เช้านี้เราไปกินมื้อเช้าไปกินโจ๊กนรกกัน สั่งโจ๊กหมูตับ ตับนี่คงตัดมาเมื่อเช้า แต่หมูนี่คงเอาแหนมมาทำ เพราะเปรี้ยวโคตร

จากนั้นจึงเคลื่อนขบวนไปขึ้นเรือที่แหลมบาลิไฮย์กันต่อ แล้วคุณพี่โชเฟอร์เหมือนรู้ใจพวกเรา ถึงพานั่งรถเลียบพัทยากลาง กิจกรรมที่เราทำกันในรถคือเที่ยวให้คะแนนฝรั่งที่พวกเรานั่งผ่าน (ช่างเป็นเจ้าบ้านที่ดีจริงๆเลย)

ระหว่างทาง อีฉันเจอสิ่งที่น่ากลัวที่สุด

"กระเทยโนบรา ใส่เสื้อซีทรูเห็นนมเก๊ 100%"<<<<< น่ากลัวโคตรๆ จะยกมือถือขึ้นมาถ่ายก็ไม่กล้า กลัวภาพติดตา น้องบางคนที่อัดโจ๊กกับก๋วยเตี๋ยว แทบพุ่ง เอามืออุดแทบไม่ทัน

เอาล่ะ เราข้ามเรื่องสยองที่พัทยาไปแล้วกัน กลับมาที่สอบดำน้ำกันต่อ

เป้าหมายของวันนี้คือเกาะสาก สิ่งที่เหมือนกับเกาะล้านคือฝรั่งเยอะเช่นกัน แถมยังมีฝรั่งโรคจิต เห็นตรงไหนมีฟองลอยขึ้นมายิ่งชอบขับเจทสกีมาใกล้ๆ ขนาดดำอยู่ที่7เมตรยังได้ยิน

อาการเมาวันนี้ลดน้อยลง แต่ยังคงกิจกรรมการนอนอยู่เช่นเดิม น้องบางคนที่แรงเหลือเฟือก็สน๊อกกลิ้งกันต่อ แต่อีฉันขอบาย เป็นตะคริวอะ

(แหม่มฝรั่งด้านล่างภาพนี่ไม่ใช่นะ ชีมากะเรือของทัวร์วัยทอง)

หรือไม่ก็ว่ายน้ำเล่น อย่างน้องป๊อป...... (กระโดดจากชั้น3ของเรือไปนะนั่น)

 

และเรือเราก็มีโชว์ตกน้ำให้ดู เรือทัวร์วัยทอง(ฝั่งขวา)สนใจโชว์นี้น่าดู (แต่คนโชว์เขาจะโชว์ให้หน่มๆสาวๆที่มากับเรือที่จอดอยู่ด้านซ้ายของเรามากกว่า)

แล้วเรือก็นำพวกเรากลับมาที่ท่าเรือแหลมบาลิไฮย์โดยสวัสดิภาพ

มื้อเย็น เรามากิน"บะหมี่ในตำนาน" ร้านอยู่หลังตลาดโรงพยาบาลสมเด็จ ณ ศรีราชา

 

ฝั่งขวาแบบปกติของอีฉัน ฝั่งซ้ายเป็นแบบ extra ใส่บะหมี่4ก้อนของพี่เต้ย
ขนาดกินแบบปกติยังแทบจะยัดไม่หมดเลย

---------------------------------------------------------------------------------

หมดแล้วค่ะ ทริปดำน้ำครั้งแรกในชีวิต คิดไว้ว่าถ้าเรียนจบทำงานมาแล้วจะมาเรียน advance ต่อ (หวังว่าน้องคงให้พี่เรียนด้วยนะ)

 

ขอบคุณ พี่เต้ย พี่เดียร์ instructor จากPADI และรุ่นพี่มีนกร ที่ทั้งสอนทั้งดุ จนอีฉันทำได้ทุกskill ขอบคุณมากนะคะ...

ปล1. อีกเดือนเดียวก็จะเรียนจบแล้วอะ รู้สึกว่าเจอบางคนช้าไปแหะ... (ท่องไว้แล้วนะ เป็นพี่ เป็นพี่ๆๆ)

ปล2. ไม่ได้เล่าเรื่องตอนไปฝึกงาน เพราะไม่อยากเล่า ไม่อยากพูดถึง และจะไม่นึกถึงอีก


 

May 06

5 พฤษภาคม

*** ความจริงจะเขียนตั้งแต่เมื่อวานแล้วแหละ แต่ลืม ***

 
7 ปีแล้ว ที่ได้รู้จักกับเพื่อนๆ
 
อดีตเด็กน้อยม.4/3 ที่ทำโหลสัตว์ดองแตก กับตำนานงูดองห้องชีวะ
 
มาม.5/3 ที่(แอบ)อยู่ทำบอร์ดกันถึง3ทุ่ม
 
ม.6/3 ที่ยังทำตัวไม่โตซะที
 
พฤษภาคม 2546 1วันหลังจากผลentranceออก พวกเรากลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และพร้อมที่จะช่วยแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น
 
วันนั้น พวกเรากำหนดกันว่า ให้วันที่ 5 พฤษภาคม เป็นวันรุ่นของพวกเรา
 
 
มาถึงวันนี้ พวกเราอาจจะห่างหายกันไป ด้วยทั้งหน้าที่การงาน(สำหรับคนที่เรียนจบ) หน้าที่การเรียน
 
บางคนก็หายหน้าหายตากันไป
 
. . .
 
 
 

 
คิดถึงวันเก่าๆ
 
 
April 25

work & travel

ที่จริงจะเขียนblog นี้ตั้งแต่กลับจากฝึกงานแล้วแหละ แต่ด้วยอุปสรรคทางเทคโนโลยีทั้งหลายทำให้ไม่ได้อัพซะที (ข้ออ้างของคนขี้เกียจนั่นเอง)
 
topicของblogแล้ว ใหม่ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังถึงขนาดไปโครงการทำงาน+เที่ยวสุดฮิตแต่ประการใด
 
สิ่งที่ขาดไม่ได้ของปี3คือการฝึกงาน แต่อีกนัยหนึ่งคือการเปลี่ยนที่นอนนั้นเอง . . .
 
สอบเสร็วันสุดท้ายเมื่อ 11 มีนาคม มีเวลาให้จัดกระเป๋า2วัน . . .
 
14 มีนาคม ..ออกเดินทาง
อ.นัดไว้ว่ารถออกตอน9โมงเช้า อิใหม่แหกขี้ตาออกจากบ้านตั้งแต่ยังไม่ 6โมง แล้วเป็นไงละ  มาถึงมีตะลัยจอดอยู่หน้าตึก1คัน กับเพื่อนที่นั่งง่วงกันอยู่หน้าตึก เพราะกว่าอาจารย์จะมาถึงก็ปาไปเกือบ11โมง
 
เดินทางด้วยความทรมานเล็กน้อย(ใหม่หลับเกือบตลอดทาง) แต่การนั่งตะลัยให้ความรู้สึกดีไปอีกแบบ(อย่างน้อยก็ดีกว่ารถทัวที่ไปทริปPhyco)
 
จุดหมายของเราอยู่ที่
 
เป็นครั้งที่2แล้วที่มาคลองวาฬ (ครั้งแรกตอนtrip taxo)
ในวรรดาสถานีวิจัยที่เคยไปมา ใหม่ชอบที่นี่มากที่สุดนะ (แต่ไม่นับที่ระนองเพราะไปหลังtsunami พอดี กำลังเยินสุดๆ)
 
ตอนที่มาครั้งแรกนั้นไม่ได้สำรวจสถานีกันเท่าไร (แค่มานอนอย่างเดียว)
 
 
^
^ ภูเขาลูกนี้อยู่ติดกับสถานีฯ (อยู่หลังเขาซะงั้น) ยิ่งอยู่ในตัวเมืองก็ยังมองเห็น ส่วนบ่อที่เห็นเป็นบ่อที่ใช้พักน้ำทะเล ไม่รู้ว่าพักกันมานานเท่าไรแล้ว ลงไปลอกสาหร่ายขึ้นมา เน่าโคตรๆ
 
 
^
^ พื้นที่รับผิดชอบ เป็นบ่อเลี้ยงChlorella (primary producer) เอาไปใช้เลี้ยงสัตว์น้ำอื่นๆ
วันๆก็ ล้างบ่อ > น้ำ > เตรียมปุ๋ย > ปล่อยหัวเชื้อ > กวนบ่อ 
นอกจากนี้ก็ยังมีงานกลุ่มที่รับผิดชอบการเลี้ยงปูม้า (ยากจริงๆเลย)
 
 
มีเหตุการณ์ระทึกเกิดขึ้น เพราะมีฝนตก มีใครเคยบอกไหมว่าฝนที่ตกใกล้ทะเลมันจะแรงกว่าตกที่อื่น ลมพัดอย่างกับพายุ เพื่อนบางคนบอกว่ากะลามังเอย ถังเอยที่ใช้ในเรืองเพาะฝักปลิวว่อนไปหมด (โม้ละ) ส่วนใหม่นะหรอ ทำตัวเป็นประโยชน์โดยการวิ่งฝ่าลมมาเก็บผ้าที่ตากไว้ และปิดหน้าตากที่บ้านพัก (เปิดมันทุกบานซะงั้น)
 
 
^
^ ดูในรูปแค่สลัวๆ ทั้งที่ฝนตกแรงมากๆ(ถ่ายจากที่กินข้าว)
 
 
ที่นี่สัตว์ที่เจอมักจะตัวใหญ่ผิดปกติ
 
 
^
^ ตั๊กแตกยักษ์ ตัวใหญ่เกือบฝ่ามือ (มัวหน่อย จ้องดีๆถึงจะเห็น)
 
 
^
^ หอยตาล ไซส์ปกติ(แต่ก็ตัวใหญ่อยู่ดี) พี่ลิขิต(หรือพี่เทพ?) ไปเอาแม่ปู แต่ดันได้เจ้านี่เป็นของแถม มันติดมากับอวน ไม่รู้ตอนนี้เป็นไงบ้าง
 
 
 
^
^ ไอ้black สุนัขเพศผู้ที่มีนิสัยต้องอยู่มนุษย์ตลอดเวลา โดยเฉพาะเวลากินข้าว
 
 
 
ออกมาอยู่นอกสถานีฯกันบ้าง ตอนแรกคิดว่าการมาฝึกงานต้องอดตายแน่ๆ แต่คิดผิดซะแล้ว
 
ที่นี่มีตลาดนัดวันอาทิตย์และพฤหัส ถึงแม้จะไม่มีเสื้อผ้าของใช้ให้ช๊อปเหมือนตลาดหัดมหิดลหรือตลาดนัดก่อนหวยออกที่เกษตร แต่ก็มีของกินให้พุงปลิ้นได้เหมือนกัน
 
ห่างจากสถานีฯไป2 กิโลกว่าๆ เราก็จะพบกับตลาดคลองวาฬ
 
 
^
^ อารมณ์เหมือนในหนังแฟนฉันเลยอะ
 
ตลาดคลองวาฬก็คล้ายๆกับตลาดตามต่างจังหวัด (คล้ายตลาดศาลายาเก่าด้วย) ของขายจะมีมากในช่วงเช้า และเป็นโชคร้ายที่ดันไปวันที่มีตลาดนัดพอดี เลยแทบจะไม่มีร้านไหนขายของกัน แต่ใหม่ก็ยังได้ยาเคลือบกระเพาะติดมือไว้ช่วยชีวิตเวลาอาหารไม่ย่อยแล้ว
 
ลองถามชาวบ้านแถวนั้นว่าทางลงทะเลอยู่ไหน แล้วเขาก็ชี้ไปที่ธนาคารกรุงเทพ
 
เมื่อเดินไปด้านหลังของธนาคาร จะพบกับ
 
 
^
^ แสงน้อยไปหน่อย ถ่ายได้แค่นี้แหละ
 
โหย....ยยยยย สวยอะ ทะเลที่นี่เป็นหาดหิน และคลื่นลมแรงมาก
 
 
 
^
^ เจ้านี้ คือbreakwaters เคยเห็นแต่ในหนังสือตอนเรียน Ocean เพิ่งเห็นอันจริงก็วันนี้แหละ ที่นี่ทำbreakwatersหลายอัน คลื่นลมคงแรงมาก
 
 
ยังๆ อย่าคิดว่ามีที่เที่ยวแค่นี้
ห่างจากสถานีไปเกือบ2กิโล (แต่คนละทางกับมาตลาด) เราจะพบกับ
 
 
^
^ ปากทางเข้าเป็นค่ายทหาร ข้างในมีทั้งทหารบกและก็ทหารอากาศ และก็อ่าวมะนาว
 
 
^
^ 2ตัวนี้ เฝ้าอยู่ข้างหน้า เป็นมิตรสมกับที่อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวจริงๆ
 
มาดูพระอาทิตย์กันที่อ่าวมะนาว สวยสมกับที่ตื่นมาตั้งแต่ตี5จริงๆ
 
 
^
^ ทะเลเงียบมากๆ คลื่นลมไม่มี น้ำขึ้นสูงสุด แต่มันคงจะสนุกกว่านี้ถ้าเมื่อคืนไม่โดนแตนต่อยขาบวม กว่าจะเดินมาถึงที่อ่าวมะนาวลากขาแทบไม่ขึ้น
 
 
ไหนๆแล้ว ขอซะหน่อยเหอะ
 
 
^
^ สวยจริงๆ แล้วตรูจะเอานิ้วไปจิ้มพระอาทิตย์ทำไมฟระ
 
 
 
^
^ ตอนแรกจะเล่นมุขพระอาทิตย์ในกำมือ แต่ก็ไม่รอด
 
 
วันสุดท้ายที่เราอยู่ ทำไมมีรถช่อง9 วิ่งไปมาอะ แถมมีตำรวจอีก แล้วเราก็ได้คำตอบ
 
 
น่าจะซ้อมก่อนหน้านี้ จะได้ไปซ้อมด้วย
 
วันกลับ ออกจากที่นั่นตอนบ่ายโมงกว่า เดินทางด้วยตะลัยเช่นเดิม (และใหม่ก็หลับตลอดเช่นเดิม)
 
โชคดีที่รถมาผ่านถนนกาญจนาภิเษก เลยลงที่สมาคมชาวปักษ์ใต้แล้วต่อแท๊กซี่กลับบ้าน ไม่ต้องหิ้วกระเป๋าไปถึงเกษตร
 
 
ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ แล้วเจอกันฝึกงานเดือนตุลาที่กำแพงแสน
 
 
 
- ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่สถานีฯทุกคน โดยเฉพาะพี่ไทรที่ไม่ดุแม้ใหม่จะทำงานผิดก็ตาม
 
- อยู่ที่นั่น กินโดยไม่คิดถึงอะไร เลยต้องพบน้ำหนักอีก4กิโลกลับบ้าน
 
- ข่าวร้ายที่สุด แม่โทรไปบอกว่าสีนวลโดนงูเห่ากัดตาย ถ้าใหม่อยู่บ้าน นวลคงไม่เป็นไร
 
- อาหารที่ให้แม่ครัวทำ แม้ไม่อร่อยแต่ก็กินหมดอยู่ดี
 
- ภาพทุกภาพถ่ายด้วย sony ericsson w550i อภินันทนาการท่านพี่
 
- เรื่องบางเรื่อง ใหม่ก็ไม่คิดให้รกสมอง
 
สุดท้าย . . . จะอัพblog เมื่อไรดีอะ
June 08

~One day with Bus~ ชีวิตที่ผูกติกกับระบบขนส่งมวลชน

เปิดเทอมอีกแล้ว
 
น่าเบื่อจริงๆ
 
อะๆ ไม่ได้เบื่อเรื่องเรียนนะ (ตั้งใจเรียน แต่เบื่อหน้าไอ้ดำ)
 
สิ่งที่น่าเบื่อ(?) ที่สุดในหนึ่งวัน ก็คือการนั่งรถเมล์
 
ระยะทางศาลายา-ม.เกษตร ต้องใช้บริการรถประจำทางอย่างต่ำ2สาย
(ทุกที3สาย -"-)
 
ช่วงเช้า......
 
สาย125 (8บาท) รถร่วมฯที่อยู่คู่กับตำบลนี้มากว่า20ปี  (20ปีผ่านไปก็ยังแย่เหมือนเดิม)
             ดีอย่างที่ขึ้นต้นสาย ได้มีที่นั่ง(จนถึงนอน) ในเวลา30นาที ถ้าคุณคนขับไม่ขับลาก...........กซะก่อน
             ถ้ารีบๆนัก ก็ขึ้น515(14บาท) ถ้าไม่กลัวจน
             จุดหมายคือแยกพุทธมณฑลสาย2 (ฝั่งบรมราชชนนี)
 
 
สาย127 (8บาท) รถร่วมฯที่อายุอ่อนกว่า125ไม่เท่าไรนัก และก็ยังคงคุณภาพการบริการได้เท่าเดิม
                     รถมาช้า คนก็แน่น กระเป๋ารถเมล์ก็สะทู่เหลือเกิน แต่ก็ใช้บริการเข้าปีที่3แล้ว
 
                     "บิ๊กซี บิ๊กคิง บางใหญ่ ถึงแล้วเพ่"
                     [เฮ้อ..... ต้องตื่นจนได้]
 
สาย177/528 (17บาท) รถร่วมฯอายุน้อย ที่สร้างข่าวขึ้นหน้า1กันมาแล้ว
 
                      ด้วยสภาพรถที่ไม่น่าจะเอามาวิ่งได้ (1สัปดาห์ ขึ้น5วัน รถเสียกลางทางอยู่3วัน) หน้าร้อนแอร์ไม่เย็น หน้าฝนหลังคารั่ว หน้าหนาวแอร์เกิดเย็นขึ้นมา
 
                    1ชั่วโมง(ถึงมากกว่า++) ก็น่าจะถึงหน้าประตูงามฯ2
ตั้งแต่นั่งมา 528เคยทำสถิติจากบางใหญ่ถึงเกษตรในเวลา20นาที (และเป็นครั้งเดียว) 
                                         
 
 
 
 
 
ขากลับ......
ขออธิบายหน่อยนึงว่าขากลับบ้าน ใหม่ไม่เร่งนัก แต่ขอสบายไว้ก่อน
 
สาย52 (8บาท) รถเมล์ที่มาทุก1ชาติ(?) เคยรอตั้งแต่4โมงเย็น 6โมงมันยังไม่มา มาทีก็มาหลายๆคัน แข่งกับคนในรถหัวแทบทิ่ม นอกจากนี้ คนขับสาย52มักทำอะไรที่ตรงข้ามกับสิ่งที่ผู้โดยสารต้องการ เช่นไม่ยอมออกทางเบี่ยงเอาแต่ติดอยู่ข้างใน
                  การนั่ง52ออกจะทรมานนิดหน่อย ยิ่งรถติดที่แยกสะพานควายแล้ว เหม็นโคดๆ
        ใหม่ใช้เวลาอยูเกือบๆปี กว่าจะรู้ว่าสามารถนั่ง52ไปจนถึงต้นสาย125ที่สถานีรถไฟใต้ดินบางซื่อได้
 
 
 
สาย125(8บาท) ไม่ต้องบอกอะไรแล้วมั้งสำหรับรถเมล์สายนี้
                     นั่งหลับชั่วโมงกว่าๆก็ถึงบ้านแล้ว
 
 
สรุป ค่ารถใน1วัน= 8+8+17+8+8 = 49บาท....
 
49บาท!
 
ยังไม่นับที่มาสายต้องขึ้นรถตู้หรือกลับดึกขึ้น522นะ
 
 
สาธุ..... ค่าน้ำมันอย่าเพิ่งขึ้นอีกเลยนะ ค่ารถเมล์จะขึ้นตามเอา
 
February 06

ความเหงา . . . อย่างผิดปกติ

ช่วงนี้ เป็นอะไรไม่รู้
 
รู้สึกว่าเหงา
 
เหงามากๆด้วย
 
อืม หรือว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า
 
ไม่หรอก ใหม่ยังปกติดี
 
แค่บางครั้ง รู้สึกว่าน่าจะมีใครอยู่ข้างๆเราบ้าง เข้าใจที่เราบ้าง
 
อยู่ข้างๆ เวลาต้องการคำปรึกษา
 
หรือคนที่ใหม่โทรหาได้ โดยที่ไม่ต้องธุระอะไร
 
รู้ไหม? การเอาใจคนอื่นมันยากนะ แต่การให้ใจเขามาใส่ใจเรามันยากกว่า
 
และรู้หรือเปล่าว่าเป็นห่วง เป็นห่วงมากๆด้วย ดูแลตัวเองบ้างสิ(วะ)
 
รู้อยู่หรอกว่าต้องการอะไร แต่รอให้ถึงเวลาก็จะดีกว่า
 
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
 
- จบเกษตรแฟร์ไปแล้ว ใช้เวลา7วัน กว่าจะเดินรอบงาน
 
- ทำterm-work มีนวิทยาเข้าอาทิตน์ที่สองแล้ว ยังทำไม่เสร็จเลย
 
- รู้สึกว่าตอนนี้ กำลังแบ่งเวลาไม่ถูก
 
- ชอบเพลงนี้ ชอบมาก แต่ห้ามฟังคนเดียว เดียวจะอินจัด
 
- ทั้งหมดขั้นต้น หมายถึงกันใครบ้าง ขอให้รู้ตัวไว้ก็พอ
 
- วาเลนไทน์อีกแล้ว เบื่อนะเฟ้ย ไม่มีความรักให้ใครด้วย
 
 
- สภาพโต๊ะก่อนจะสอบ Inver อย่างกับระเบิดลง
View more entries
 
View space
HotCherry
View space
£oogrµk`
View space
Green-[Balarna]-Lazy man
View space
Sweet Cake
View space
JiB( ^_^ ) JunG
View space
AnotherDear